การอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้คนที่ตายไปแล้ว

กุศลที่ทนมีอยู่สามารถที่จะบันดาลให้กิดผลได้มาก แล้วท่านจะ อุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลของท่านให้คนที่ตายไปแล้วเพื่อที่จะให้เขาเหล่านั้นได้มีผลเหมือนอย่างท่านบ้าง คนที่ได้รับส่วนกุศลก็คือคนที่ได้รับรู้ในการกระทำของพระโพธิสัตว์ แล้วมีจิตชื่นชมยินดีนั้น ผลที่จะเกิดขึ้นแก่เขาจะเหมือนกับผลที่เกิดกับพระโพธิสัตว์หรือไม่ในเมื่อเขาผู้นั้นเป็นแต่เพียงคนทำบุญชั้นธรรมดา

ท่นบอกว่า ตัวอย่างอันนี้ให้เอาไปคิดจะได้ไม่งมงายในเรื่องการ อุทิศส่วนบุญ ให้กับคนตาย
ท่านบอกว่า มีอยู่เหมื่อนกันบ้างคนพอตายจากโลกมนุษย์มาเกิดเป็นโอปปาติกะ ก็ได้รับกุศลทันที่เวลาที่ญาติพี่น้องทำบุญให้ในระหว่างที่กำลังทำบุญเกี่ยวกับงานกุศล แต่บุคคลที่จะได้รับกุศลทันทีเช่นนี้จะต้องเป็นบุคคลมีบุญมาพอสมควรและจะต้องเป็นคนที่รู้ตัวก่อนเข้าใจ

เรื่องบุญเรื่องบาปดี เข้าใจเรื่องโลกนี้โลกหน้าดี และในระหว่างที่ญาติพี่น้องทำบุญให้นั้นก็ยังอยู่ที่บ้านเดิมของตัวเอง หรือไม่อยู่แต่ก็ได้รู้ได้เห็นการกระทำของญาติพี่น้องทุกอย่าง และที่สำคัญที่สุดก็คือเขาปล่อยวางได้ เขาไม่เศร้าโศกเสียใจที่ได้ตายจากโลกมนุษย์มาและบาง
คนแทนที่จะเสียใจหรือเกิดความหวาดกลัวต่อความตาย ตรงกันข้ามการตายทำให้เขาโล่ง

ใจเพราะได้พ้นมาจากภาวะอึดอัดภาวะที่ทุกข์มีโรคเบียดเบียนทรมานหลายอย่าง เช่น ร่างกายแก่ทรุดโทรมความทุกข์ยากลำบากในเรื่องการทำมาหากิน และเรื่องอื่นอีกหลายอย่างเมื่อตายมาแล้วส่วนมากบุคคลทิเตรียมตัว

ก่อนที่จะตายมานานแล้วเข้าจะหัวเราะและรินริงทันที่และผู้ที่มาคอยต้อนรับก็จะแสดงความยินดีเพื่อนหรือแม้จะเป็นคนอื่นแต่ก็เป็นคนที่เข้ากันได้กับที่เขาได้พบญาติพวกเขาซึ่งทำให้พวกเหล่านั้นมีความยินดี

Charity that can endure can be very effective. And you will dedicate As for the merit of tolerating the dead, in order for them to have the same effect as yours Those who receive charity are those who are aware of the actions of the Bodhisattva. And that heart rejoiced Will the effects of him be the same as the results of the Bodhisattva? When he was just a normal person

making merit, he said that this example should be thought to not be ignorant about making merit for The dead
 He said that there are a few people who die from the human world to be born as miscellaneous things. Received merit just in time for the relatives to

make merit while making merit about the charity event But the person who will receive the charity immediately, such as this must be the person who has the sufficient merit and must be the person who knows before understanding the merit about good sin Understand this world, the next

world well And while their relatives make merit, they are still at their own home Or didn’t exist, but knew all the actions of his relatives And most importantly, he can let go He does not grieve to die from the human world and

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

คนตายจะได้รับกุศลก็ต่อเมื่อเขารับรู้และอนุโมทนา

คนตายจะได้รับ กุศล ก็ต่อเมื่อเขารู้และอนุโมทนา
และการที่จะรู้ถึงการกุศลที่ญาติพี่น้องกระทำไปนั้น ก็ไม่จำเป็นจะต้อง
ให้รู้เดี๋ยวนั้นคือหลังจากตายไม่นาน เพราะถึงแม้ว่าคนที่ตายไปแล้ว จะรู้ว่าญาติพี่น้องทำบุญให้หลังจากตายมาเป็นเวลานาน ก็ได้ผลมี

พวกโอปปาติกะบางตนรู้ถึงการกระทำอันนี้ และเก็บเอาไปบอกแก่คน
ที่ตายไป ในเมื่อผู้นั้นมีฐานะที่จะรัรู้ได้แล้ว ท่นบอกว่าข้อนี้พวก
มนุษย์ไม่ค่อยจะนึกถึง คอยแต่จะเป็นห่วงเหมือนกับว่าเขายังเป็นคน
อยู่เมื่อถึงเวลากิน ก็จะให้กินอะไรทำนองนี้เป็นต้น มนุษย์หารู้ไม่ว่าคน

ที่ตายไปแล้วแต่ไม่รู้ว่าตาย จะเป็นด้วยเพราะสำคัญผิดหรือว่าเพราะ
ยังหลับอยู่ หรือเพราะอะไรก็ตามในระหว่างนี้คนตายจะไม่ได้รับอะไรเลย
และอีกประการหนึ่งสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ก่คนตายนั้นคือกุศล
ไม่ใช่วัตถุหรือสิ่งของที่ญาติพี่น้องทำบุญไปให้ เพราะถึงอย่างไรเรื่อง

ของการทำบุญ กุศล นั้น ใครจะทำแทนกันไม่ได้ จะหยิบยื่นให้แก่กันเหมือน
วัตถุไม่ได้ ในทำนองเดียวกันกับจะกินอาหารแทนกันไม่ได้ คนไหนกิน
คนนั้นก็อิ่ม คนไหนไม่ได้กิน คนนั้นก็ไม่อิ่ม หรือเหมือนกับการเรียน

หนังสือ จะเรียนแทนกันไม่ได้ คนไหนเรียนคนนั้นรู้ คนไหนไม่เรียน
คนนั้นไม่รู้การที่คนตายได้รับกุศลจากการอุทิศให้นั้น หมายความว่าการ
ทำบุญของญาติพี่น้องเป็นการเตือนความทรงจำถึงการกุศลที่เขาเคย

ทำมา ไม่เช่นนั้นก็เป็นการกระตุ้นให้กุศลที่มีอยู่ในสันดานของเขาปรากฎ
ขึ้นมา เมื่อเขามีความคิดเป็นกุศลแล้วกุศลที่เขามีอยู่นั้นแหละ คือ

ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดผลต่างๆ ดังที่ต้องการคือเมื่อปรารถนาสิ่งใดเขา
ก็จะได้สิ่งนั้นสมความปรารถนา และได้เท่ที่กุศลที่เขามีอยู่เท่านั้น ท่าน
แนะนำให้คิดว่า สมมติว่าโพธิสัตว์ซึ่งท่านได้ทำบุญมาแล้วมากมาย

Dying too much because the dead will receive merit only when they know and express their gratitude.

And to know the charity that the relatives performed Then do not need to
To know that moment was shortly after his death Because even though the dead people

Will know that relatives make merit after death for a long time, effective
Some of the miscellaneous people know this. And kept telling the people
Who is dead when that person is in a position to know You said that this

Humans rarely think of Waiting to be worried as if he was still a human
When it’s time to eat Will eat something like this, for example Humans don’t know people.

Who died but didn’t know that he was dead Will be also because it is important or wrong because
Still sleeping or because of anything, during this time the dead will not receive anything
And another thing that will benefit the dead is charity.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

คนตายจะได้รับกุศลก็ต่อมื่อเขารู้และอนุโมทนา

อย่า เป็นห่วง คนตายจนเกินไป เพราะคนตายจะได้รับ บุญกุศล ก็ต่อมื่อเขารู้และอนุโมทนาและการที่จะถึงการศลที่ญาติพี่น้องกระทำไปนั้น ก็ไม่จำเป็นจะดัง

ให้รู้เดี๋ยวนั้นคือหลังจากตายไม่นาน เพราะถึงแม้ว่าคนที่ตายไปแล้วก็ได้ผลมีจะรู้ว่าญาติพี่น้องทำบุญให้หลังจากตายมาเป็นเวลานานพวกโอปปาติกะบางตนรู้ถึงการกระทำอันนี้และเก็บเอาไปบอกแก่คนที่ตายไป ในเมื่อผู้นั้นมีฐานะที่จะรับรู้ได้แล้ว ท่านบอกว่าข้อนี้พวก

มนุษย์ไม่ค่อยจะนึกถึงคอยแต่จะ เป็นห่วง เหมือนกับว่าเขายังเป็นคนอยู่เมื่อถึงเวลากิน ก็จะให้กินอะไรทำนองนี้เป็นต้น มนุษย์หารู้ไม่ว่าคนที่ตายไปแล้วแต่ไม่รู้ว่าตาย จะเป็นด้วยเพราะสำคัญผิดหรือว่าเพราะยังหลับอยู่ หรือเพราะอะไก็ตามในระหว่างนี้คนตายจะไม่ได้รับอะไร

เลยและอีกประการหนึ่งสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่คนตายนั้นคือกุศลไม่ใช่วัตถุหรือสิงของที่ญาติพี่น้องทำ บุญกุศล ให้ เพราะถึงอย่างไรเรื่องของการทำบุญนั้น ใครจะทำแทนกันไม่ได้ จะหยิบยื่นให้แก่กันเหมือนวัตถุไม่ได้ ในทำนองเดียวกันกับจะกินอาหารแทนกันไม่ได้ คนไหน

กินคนนั้นก็อิ่ม คนไหนไม่ได้กิน คนนั้นก็ไม่อิ่มหรือเหมือนกับการเรียนหน้งสีอคนไหนไม่เรียนจะเรียนแทนกันไม่ได้ คนไหนเรียนคนนั้นรู้คนนั้นไม่รู้การที่คนตายได้รับกุศลจากการอุทิศให้นั้น หมายความว่าการทำมาไม่เช่นนั้นก็เป็นการระตุ้นให้กุศลที่มีอยู่ในสันดานของเขาปรากฎ

ขึ้นมา เมื่อเขามีความคิดป็นกุศลแล้วกุศลที่เขามีอยู่นั้นแหละตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดผลต่างๆ ดังที่ต้องการคือเมื่อปรารถนาสิ่งใดเขาก็จะไดสิ่งนั้นสมความปรารถนา และได้เท่ที่กุศลที่เขามีอยู่เท่านั้นท่านแนะนำให้คิดว่ำ สมมติวโพธิสัตว์ซึ่งก่นได้ทำบุญมาแล้วมากมาย

เป็นห่วง

Too dead Because the dead will receive merit only when they know and express their gratitude and the coming of the sins of their relatives It’s not necessary to be famous.

Know that in a moment, shortly after death Because even though the dead are effective, they know that their relatives make merit after a long time. Some of the mischievous people know this and collect it to tell the dead. When that person is in a position to recognize You said that this verse.

Humans don’t often think of waiting, but are worried as if they were still humans when it was time to eat. Will eat something like this, for example Humans do not know people who have died but do not know that they die. Would be also because it was wrong or because he was sleeping Or because Akai followed during this time, the dead would not receive anything.

At the same time, and another thing that will benefit the dead is charity, not the object or possessions of their relatives. Because, however, the matter of making merit Who can’t do it on behalf of one another? Cannot give to each other like an object In the same way, you can’t eat a meal.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ควรให้โอกาสญาติพี่น้องก่อนที่จะสายเกินไป

คนที่ตายไปแล้ว ญาติพี่น้องควรจะ ให้โอกาส และเวลาแก่เขา เพื่อให้เขาได้ปรับปรุงจิตใจของเขาให้เข้ากับโลกใหม่ จนกว่าเมื่อไร เมื่อ เขานึกถึงเรื่องในมนุษย์แล้วก็รู้สึกเฉยๆ ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่จะทําให้ จิตใจของเขาต้องเป็นทุกข์หรือกังวล นอกจากเมื่อมีอะไรที่ทําเพื่อ

การ ให้โอกาส

เป็นการช่วยเหลือมนุษย์ช่วยเหลือญาติพี่น้องก็ทําไปตามเหตุผลทําไป ตามหน้าที่ โอปปาติกะที่อบรมจิตใจของตัวเองให้มีลักษณะเช่นนี้ได้ แล้วเท่านั้นที่สมควรจะมาติดต่อกับมนุษย์ได้ ผู้ที่มีจิตอ่อนไหวไปตาม เหตุการณ์ในหนหลังได้ง่ายไม่ควรจะมาติดต่อกับมนุษย์ และ

มนุษย์ก็ ไม่ควรจะทําอะไรชนิดที่จะเป็นเครื่องผูกพันให้เขาต้องมาวนเวียนอยู่ กับตน มีโอปปาติกะเป็นจํานวนมากที่วนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์ คลุกคลี อยู่กับมนุษย์ และมีความทุกข์ทรมานหลายอย่าง โอปปาติกะประเภท นี้ บางตนก็ช่วยให้พ้นไปจากความทรมานได้ แต่บางตนก็ช่วยยาก เพราะเขากลับใจไม่ได้

Dead man Relatives should give an opportunity. And time for him So that he can improve his mind to the new world Until when, when he thought about

things in humans, he felt dormant No events will cause His mind must be suffering or worry. Except when there is anything done for It is to help

humans, to help relatives, to do according to reason, to do the duty of the miscellaneous, to train one’s own mind to look like this. And only that it should be able to come in contact with humans People who are sensitive to

follow Events in the future easily should not come into contact with humans and humans should not do anything to be a binding device for him to be with him. There are many pundits that are circling in the human

world. With humans And there are many suffering Some of these sundries can be saved from torture. But some are difficult to help Because he cannot repent

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

คนที่รู้ตัวมาก่อนที่จะตาย

คนที่รู้ตัวก่อนตาย และเคยมีความเข้าใจถึงชีวิตจะ เกิดใหม่อยู่บ้าง และเมื่อถึงคราวที่จะตายจริงๆ ก็ปล่อยวางได้ คน ประเภทนี้เมื่อตายจากโลกมนุษย์แล้ว จะมามีความสุขในโลกใหม่อีก ทันที และแม้จะรู้ว่าญาติพี่น้องมีความเศร้าโศกเสียใจอาลัยคิดถึงเขา ถ้าหากมีทางที่

คนที่รู้ตัวก่อนตาย

จะช่วยได้ เขาก็จะพยายามช่วยแต่เมื่อเห็นว่าช่วยไม่ได้ เขาก็จะปล่อยวาง ท่านแนะให้นึกถึงตัวอย่างในเรื่องมัฏฐกุณฑลี ใน คัมภีร์ธรรมบทมัฏฐกุณฑลีตายในขณะที่ได้เห็นพระพุทธเจ้ามีจิตเลื่อม ใสมาก และรู้ตัวก่อนแล้วจะต้องตาย และปล่อยวางได้ เมื่อตายแล้ว ได้ไปเกิดเป็น

เทพบุตรอยู่ในสวรรค์มีความสุขในทันทีที่เกิด แต่แล้วก็ได้ มองเห็นพ่อมานั่งร้องไห้ที่ป่าช้าทุกวัน จึงได้ลงมาปรากฏกายให้พ่อเห็นและให้ สติแก่พ่อ จนกระทั่งพ่อหายเศร้าโศก ทําให้พ่อกลายเป็นคน ใจบุญ ไม่ตระหนี่เหมือนเมื่อก่อน ท่านบอกว่าตัวอย่างเช่นนี้จะจริง หรือไม่ก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องที่มีข้อเท็จจริง และสอนใจคนได้ดีมาก

คนที่รู้ตัวก่อนตาย

People who knew before they died And used to have an understanding of how life would Reborn And when it’s really dying Can let go of this type of person after dying from the human world Will come to be happy in the new world again immediately, and even knowing that relatives are sad and missing him If there is a way that

Would be able to help, he would try to help but when he saw that he couldn’t He will let go. He suggested to think of an example of the subject of

Kathmandu in the Dhammapadhi Book of Dharma. He died while seeing the Lord Buddha very clear and conscious and then had to die. And released when dead and became born

The angel in heaven was happy at the moment of birth, but then saw his father sit and cry at the cemetery every day. Then came down to appear for

the father to see and give to his father until his father was sad Causing his father to become a miserable philanthropist like before He said whether this example is true or not, but it is a fact. And teaches people very well

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

รู้จักความไม่โกรธ

ตามปกติ มนุษย์ก็ดี สัตว์ก็ดี เมื่อความรู้สึกโกรธ บังเกิดขึ้น ย่อมมีความปรารถนาที่จะแก้แค้นนี้เป็น ลักษณะของสัญญา ถ้าหากไม่มีปัญญาคอยช่วย เหลือยับยั้ง ปล่อยให้สัญญาทำไปตามลำพังแล้ว ก็จะต้องมีการประทุษร้ายกันเรื่อยไปและการที่มนุษย์ เรารู้จักยับยั้งใจไม่หุนหัน หรือ รู้จัก ความไม่โกรธ ไปชนะความโกรธ รู้จักเอาความดีไปชนะความชั่วนั้น ก็เพราะปัญญาคอยช่วย

As usual, human beings, animals and animals, when the feelings of anger arise, there is a desire to avenge this. Contract nature If there is no wisdom to help rest, let the contract do it alone Will have to be persecuted and human We know not to restrain the heart.

ตามตัวอย่างสองข้อนี้ และที่อาจหามาได้อีกหลายข้อนั้น แสดงให้เห็นชัดว่าสัญญาที่ขาดปัญญาควบคุมย่อมจะหันไปใน ทางที่ผิด หลักอันนี้เป็นเครื่องตัดปัญหาที่ว่าทำไมคนเราจึงชอบ ประพฤติชั่ว ทำไมความชั่วจึงเป็นสิ่งที่ทำง่ายกว่าความดี ทั้งนี้

มิใช่อื่นไกล คือการทำชั่วสัญญาอาจทำได้ แต่การทำดีนั้นปัญญา ต้องเป็นผู้ทำ สัญญามีอยู่ทั่วทั้งในมนุษย์และสัตว์ทุกรูปทุกนาม แต่ส่วนปัญญามีอยู่ในบุคคลเพียงบางคนไม่ทั่วไป และด้วยเหตุนี้เอง จึงมีคนชั่วมากกว่าคนดีอยู่เสมอ

ความไม่โกรธ

According to these two examples And that could be found in many other things Clearly shows that the promises that lack control of wisdom will turn in the wrong way. This is a problem that is why people like to behave evil.

Why is evil so easy than good? That is, the evil doings may be done But doing good is wisdom Must be a doer Contracts are available in all human and animal forms, all names.

But intelligence is available in just some people, not general. And for this reason Therefore there are always more evil people than good people

• ข้อความตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ถ้าจะรวบลงให้สั้น ก็คือว่า สัญญาเป็นสิ่งสำคัญยิ่งอันหนึ่งในตัวมนุษย์ และเป็น สิ่งที่จะต้องระวังรักษาบำรุงเลี้ยงให้เจริญดีเสมอ

กล่าวคือจะ ต้องพยายามฝึกฝนให้ความรู้สึก ความไม่โกรธ ของเราเป็นความรู้สึกที่ถี่ถ้วนและ ถูกต้องตามความเป็นจริง

นี้เป็นการสำคัญยิ่งในชีวิตของมนุษย์ ถ้าเราบำรุงแต่ปัญญาอย่างเดียวไม่บำรุงสัญญาแล้ว ปัญญาจะ ดีขึ้นไม่ได้ แต่สัญญาเป็นเหมือนม้าที่จำจะต้องมีผู้ถือบังเหียน มิฉะนั้นก็จะวิ่งออกไปนอกทางและผู้ถือบังเหียนนี้คือปัญญา ซึ่งเรา ได้พิจารณากันต่อไป

• Message as mentioned above If it is to be shortened, it is one of the most important things in the human body, and it is always a matter of being careful to maintain and nourish it.

Accurate This is very important in human life.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

พลัดพรากจากบุคคลและสิ่งของ ไม่มีใครล่วงพ้นได้

มนุษย์เกือบจะทั้งโลกทราบความจริงอันนี้เลย แล้วท่าน แนะให้นึกถึงพุทธพจน์ที่ว่าการ ร้องไห้ หรือความเศร้าโศก หรือความคร่ำครวญใดๆ ก็ตาม ไม่มีประโยชน์อะไรแก่ผู้ตายไปแล้ว เพราะการ ร้องไห้ หรือการเศร้าโศก เป็นต้นนั้น ไม่ช่วยให้ญาติที่จะจากโลกมนุษย์ไปแล้วมีฐานะดีขึ้นเลย

บทนี้ ควรจะนึกถึงให้มากและท่านแนะให้นึกถึง กรรมฐานที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้หมั่นนึกถึงอยู่เสมอเป็น ประจําวันคือ วันหนึ่งเราจะต้องพลัดพรากจากบุคคล และ สิ่งของอันเป็นที่รัก ไม่มีใครล่วงพ้นไปได้ คนที่หมั่นฝึกเช่นนี้ บ่อยๆ เมื่อคนที่รักตายจากไป จะไม่ค่อยเศร้าโศก และ ท่านบอกว่า ความเศร้าโศกของผู้ที่ยังอยู่ข้างหลังนี้จะ ทรมานคนที่ตายไปแล้ว ก็ต่อเมื่อ

คนที่ตายไปแล้วยังหลับอยู่ หรือไปอยู่ในที่ใดที่หนึ่งซึ่งห่าง ไกลจากญาติพี่น้องมาก และไปมีเรื่องใหม่ที่ทําให้สนใจอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งไม่ได้นึกถึงญาติพี่น้องเลย ซึ่งในกรณีอย่างนี้มีน้อยรายมาก และผู้ที่ตายจากโลกมนุษย์มาเกิดอยู่ในโลกของโอปปาติกะนั้น แม้ว่า จะหลับอยู่นานสักเพียงไรก็ตาม แต่สักวันหนึ่งเขาจะต้องตื่นและเมื่อ ตื่นขึ้นมาแล้ว ด้วยอํานาจความเคยชินเขาก็นึกถึงญาติพี่น้อง และ ทันทีที่นึกถึงก็จะเกิดความต้องการที่จะไปหา แล้วเขาก็จะไปถึงญาติพี่ น้องได้ในทันที ยากที่ใครๆ จะยับยั้งเขาไว้ได้ และในเมื่อไปแล้วได้เห็น สภาพของญาติพี่น้องกําลังอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจคิดถึงเขา

ร้องไห้

Almost all the world knows this truth, and he suggested to think of the Buddhist expression that weeping Or sorrow Or any groaning of no benefit to the dead Because of crying Or grief, for example, does not help relatives who have left the human world to be better at all.

This chapter should be thought of a lot and he suggested The Dharma that the Lord Buddha has taught us to keep in mind on a daily basis, that is, one day we must be separated from beloved persons and things. No one can

pass on People who practice this often when their loved ones die. Would not be sorrowful, and he said that the sorrow of those who were still behind would Torture a dead person only when

The dead are still asleep. Or go somewhere somewhere far away Far from relatives And went to have new stories that always keep interest Until I didn’t think of any relatives

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การตายจาก การอำลาจากโลกมนุษย์

คนที่ละจาก โลกมนุษย์ ไปแล้วในระยะแรกๆ ควรจะปล่อยให้ เป็นหน้าที่ของผู้ที่อยู่ในโลกเดียวกัน เพราะถึงอย่างไรคนที่อยู่ในโลก ของ โลกวิญญาณ กะนั้น ก็ไม่ใช่คนที่หลับหูหลับตาทําอะไร โดยที่ไม่เห็นผล แห่งการกระทําของตน และคนที่อยู่ในโลกของโอปปาติกะ ที่มีหน้าที่

ช่วยเหลือผู้ตายจาก โลกมนุษย์ มานั้นก็ไม่ใช่น้อย แม้มนุษย์จะไม่ทําบุญ ให้เลย ท่านเหล่านี้ก็ยินดีจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่มาสู่โลกของ โลกวิญญาณ กะอย่างเต็มที่และทําด้วยความเต็มใจ และส่วนมากก็มีความ สันทัดหรือมีความชํานาญในการที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ที่มาสู่โลก

แห่ง วิญญาณ เรื่องทําให้ยุ่งยากซึ่งท่านอยากจะขอร้องให้มนุษย์เลิกคือ ถ้า หากว่าญาติพี่น้องทั้งหลายจะพยายามไม่ให้มีความโศก ไม่ให้มีความ อาลัยถึงผู้ที่ตายจากไปแล้ว อันนี้จะเป็นประโยชน์แก่คนตายมากกว่า ทั้งนี้ก็เพราะว่าถ้าหากคนที่ตายไปแล้วรู้สึกว่า พ่อแม่ ญาติ

พี่น้อง หรือ คนที่รักไม่เศร้าโศกคิดถึงเขา เขาก็จะสบายในระหว่างญาติพี่น้องที่อยู่ กันคนละโลกเช่นนี้ มันทําให้ความผูกพันที่มีต่อกันทรมานคนที่ตายไป แล้วอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือในขณะที่เขาพึ่งตายมาใหม่ๆ ซึ่ง แน่นอน เขาจะตัดความผูกพันที่มีต่อญาติพี่น้องเขา

ไม่ได้ และถ้าตัดไม่ได้ มันก็หมายถึงเขายังคงมีความรู้สึกเหมือนกับในขณะที่ยังเป็นมนุษย์ แต่ วิญญาณของเขาต้องมาอยู่ในร่างกายและในโลก ซึ่งจะติดต่อกับญาติ พี่น้องของเขาได้ยากอย่างที่สุด ผู้ที่อยู่ในโลกโอปปาติกะมองเห็นผู้ที่อยู่ ในโลกมนุษย์ได้ยินเสียงคําพูดของ

คนที่อยู่ในโลกมนุษย์แต่มนุษย์มอง ไม่เห็นเขา พูดกับเขาไม่ได้ ติดต่อกันไม่ได้ และความรู้สึกของเขาก็ตัด จากโลกมนุษย์ไม่ขาดเพราะความรักความอาลัยของญาติพี่น้องนั้นทําให้ เขาต้องมีความผูกพันอยู่อีกตัดไม่ได้ แล้วลองคิดดูสิว่าจะทรมานเขา

โลกวิญญาณ

People who have left the human world in the initial stages Should let It is the duty of those in the same world. Because anyway, the people in the world Of those products Was not someone who closed their eyes to do

anything Without seeing results Of their actions And the people in the world of the ice cream that are responsibleworld Of those products Was not someone who closed their eyes to do anything Without seeing results Of

their actions And the people in the world of the ice cream that are responsibleSaving the dead from the human world is no less Although humans do not make merit at all, these people are willing to help those who

come to the world of Fully spread and do willingly And most of them are Well-versed or skilled in helping those who come to the worldFor the complicated matter which he wanted to ask human beings to stop, that if all

relatives would try not to mourn and mourn for those who have died. This will be more beneficial to the dead. This is because if the dead feel that their parents, relatives

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การทำใจ สภาวะที่คนแก่ก็ต้องตาย

การทำใจ รู้สีกทําใจได้ว่ามันเป็นสภาวะที่คนแก่ก็ต้องตาย เราเป็นลูกก็ต้องคิดว่า เป็นเรื่องธรรมดาก็ไม่เศร้าโศกเสียใจอะไรมากมายถ้ายิ่งปฏิบัติก็เฉยๆ ถ้าเป็นคนชาวโลกก็อาจจะเสียใจพักหนึ่ง แต่ถ้าแม่รู้ว่าลูกตายจะ คร่ครวญอาลัยหลายปี

“กูเลี้ยงมาโตแล้ว อุตส่าห์หาเลี้ยงก็ยากลําบากเหลือเกิน แหม! มันน่าจะรอให้เราตายก่อน”คล้ายๆ เห็นอนาคตของลูกดีอย่างเดียวไม่เคยคิดให้ลูกตายนี้ พ่อแม่ทุกคนเป็นอย่างนั้น

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเรื่องการแสดงมุทิตาการทําบุญกุศลหรือ กตัญญูรู้คุณพ่อแม่ เราควรแสดงออกตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ดูแลท่าน สงสารท่าน ตอบแทนเกื้อกูลท่านยิ่งมากเท่าไรยิ่งดี ตัวเราได้มาจาก ท่านมันมีค่ามากเงินทองเท่าไรก็ตอบแทนไม่หมด ต้องรีบทําเสียก่อน อย่าทําแบบมายา ไม่ใช่ตายแล้วก็มาจัดงานกันใหญ่โตมีโน่นมีนี่เพื่อ จะให้คนทั้งหลายได้รู้ว่าเรากตัญญ คนที่เขารู้เขาก็จะประมาณว่าไม่ ได้รักจริง

การฌาปนกิจหรือเผาสรีระร่างกาย เพื่อกําจัดความน่า รังเกียจให้หมดไปตามธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมาตามหลัก โบราณสมัยก่อนถ้าตายดีก็ไปเผาถ้าตายร้ายตายไม่ดีตายโหงก็ไปฝัง แต่สมัยนี้ถือว่าการเผาเป็นการหมดห่วงใยไม่ต้องรอพิสูจน์อะไรถ้าเก็บ ไว้นานวันก็ยิ่งอาลัยอาวรณ์ ถ้าเผาไปภายใน 7 วัน ความเศร้าโศก เสียใจก็ดับลงไปพร้อทกับ การทำใจ ไว้ล่วงหน้า

พระพุทธเจ้าทรงเห็นว่ามนุษย์และเทวดานี่เศร้าโศกเสียใจ มากจากการปรินิพพานของพระองค์ ทุกคนสูญเสียเหมือนสูญเสีย

Knowing how to understand that it is a condition that the elderly must die. We are children, must think that It’s normal and not sad or sad. If being a citizen of the world, may be sad for a while But if the mother knew that the child would die Wailing over many years

“I have grown up. Finding it difficult is difficult. Oh! It should be waiting for us to die first. ” Seeing the future of my children only, never thinking of my child to die All parents are like that..

When he knew this, about the act of merit making or merit making Grateful to parents We should show since you are still alive, take care of you, pity you, repay you, the more support you have, the better. We have come from He is very precious. No matter how much money is spent Must hurry to do first Don’t do illusion. Not dead, then come to organize a huge event there and there for Will let people know that I am People that he knows, they would estimate that they do not really love.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

อสัญกรรม หมายความว่าอะไร

อสัญกรรม เราหมายความว่าตาย ซึ่งบางที่จะเกินไปสักหน่อย เพราะถึง แม้ในภาษาบาลีก็ดูเหมือนจะไม่หมายความถึงตาย (ปทานุกรรมกระทรวง ศึกษาธิการ แปลคําอสัญว่าสิ้นสติเท่านั้น และในปทานุกรมภาษาบาลี ของชิลเดอร์ เขาก็แปลคําอสัญญาว่า Unconscious) คําว่าอสัญญนี้ มีคําตรงกันอีกคําหนึ่งว่า วิสัญญี ซึ่งแปลว่าหมดความรู้สึก คือ Unconscious เหมือนกัน ฉะนั้นเราจึงเป็นที่เข้าใจว่า คําว่าสัญญานั้น หมายความว่าความรู้สึก แต่ผู้ที่หมดความรู้สึกจะเรียกว่าตายทีเดียวยัง ไม่ได้ ยังคงเป็น อสัญกรรม อยู่ จนกระทั่งส่วนประกอบอื่น ๆ ของร่างกาย แตกสลายไปจนไม่เปิดทางให้สัญญาคือความรู้สึก บังเกิดขึ้นมาใหม่ได้แล้วเมื่อนั้นแหละ เราจะเรียกว่าตาย

ของชิลเดอร์ เขาก็แปลคําอสัญญาว่า Unconscious) คําว่าอสัญญนี้ มีคําตรงกันอีกคําหนึ่งว่า วิสัญญี ซึ่งแปลว่าหมดความรู้สึก คือ Unconscious เหมือนกัน ฉะนั้นเราจึงเป็นที่เข้าใจว่า คําว่าสัญญานั้น หมายความว่าความรู้สึก แต่ผู้ที่หมดความรู้สึกจะเรียกว่าตายทีเดียวยัง ไม่ได้ ยังคงเป็นอสัญญอยู่ จนกระทั่งส่วนประกอบอื่น ๆ ของร่างกาย แตกสลายไปจนไม่เปิดทางให้สัญญาคือความรู้สึก บังเกิดขึ้นมาใหม่ได้แล้วเมื่อนั้นแหละ เราจะเรียกว่าตาย

เราพึงเข้าใจ อีกอย่างหนึ่งสัญญานี้ไม่ใช่มีอยู่ในมนุษย์กับสัตว์ เท่านั้น สัญญามีอยู่ในต้นไม้ด้วยเหมือนกัน และยิ่งกว่านั้นนักปราชญ์ยัง พิสูจน์ต่อไปว่าสัญญามีอยู่ในแร่ด้วย แต่ทว่า แร่ก็ดี ต้นไม้ก็ดี มีบ่อเกิด ของสัญญาน้อยกว่ามนุษย์และสัตว์เพราะมนุษย์และสัตว์มีทางเกิดสัญญา ทั้ง 5-6 ทาง ดังจะกล่าวต่อไปข้างหน้า แต่แร่กับต้นไม้นั้น นอกจาก – การกระทบทางกายอย่างเดียวแล้วก็ไม่มีทางที่สัญญาจะเกิดได้ในทางอื่น

ต้นไม้บางชนิดที่มีสัญญาแรงล้าเช่นผักกระเฉด หรือไมยราบ ก็จะต้องมี อะไรมากระทบเข้าจึงจะรู้สึกและหดเหี่ยวลงทันที แต่สําหรับมนุษย์ และ

เควบางจําพวกที่มีธรรมชาติสมบูรณ์แล้ว ย่อมมีทางให้เกิดสัญญาได้ถึง () ทางดังในหลักพระพุทธศาสนาของเราได้วางไว้ต่อไปนี้

อสัญกรรม

Our death means death. Which is a little too certain, because even in Pali, it doesn’t seem to mean death (Patanukarm, Ministry of Education translated the unconscious word as unconscious only And in Schilder’s Pali

dictionary, he translated the unconscious promise). There is another synonym for anesthetism, which means “unconscious” as well. Therefore, we understand that That contract Means feeling But those who are

deprived of the feeling that they are truly dead are still unconscious. Until all the other parts of the body are broken until they do not open the way to the promise is the feeling It was then reborn. We will call it dead.

Of Schiller, he translated the promise Unconscious). There is another synonym for anesthetism, which means “unconscious” as well. Therefore, we understand that That contract Means feeling But those who are deprived of the feeling that they are truly dead are still unconscious. Until all the other parts of the body are broken until they do not open the way to the promise is the feeling It was then reborn. We will call it dead.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่