การหัดลูบ

การหัดลูบ นั้นง่ายกว่าหัดดู คำว่าลูบในที่นี้ไม่จำเป็นต้องถูก
ต้องตัวเสมอไป ลูบห่างๆ โดยไม่ถูกตัวเลยก็ได้ แต่จะต้องหัดลูบ
อย่างสม่ำเสมอค่อยๆ และทำตามปกติ ประกอบด้วยความกรุณา
เหมือนมารดาที่ลูบคลำลูกน้อย และในวลาลูบนั้นต้องมีความตั้งใจ
มั่นอยู่ในการลูบอย่างเดียวโดยไม่นึกถึงสิ่งอื่น
การหัดลูบต้องทำเรื่อยไปตั้งครึ่งชั่วโมงหรือเต็ม
ชั่วโมงหรือนานกว่านั้นโดยไม่รู้สึกเหนื่อย และวิธีฝึกหัด
ที่ดีที่สุดคือ ให้คิดสมมุติว่ามีคนๆ หนึ่งอยู่ตรงหนแล้วยื่นนิ้วมือ
ไปยังที่ที่สมมุติเป็นดวงตาของคนที่นั่งอยู่คะเนให้ห่างตั้งแต่สอง
นิ้วถึงห้นิ้ว แล้วก็ค่อยลดมือลงเรื่อยไปจนถึงเท้า ให้ได้ระยะ
เสมอเท่ากันดีไม่ข้บ้างเร็วบ้าง ทำขึ้นๆ ลงๆ อยู่ดังนั้นแล้วก็
ตั้งใจไปพร้อมกัน ในเวลายกมือขึ้นไม่ต้องตั้งใจอะไร แต่เวลา
ลดมือลงต้องตั้งใจบังคับตามแต่จะต้องการลูบลงนั้นตามปกติ
ย่อมทำให้หลับ ฉะนั้นเมื่อทำให้หลับแล้ว ถ้าต้องการจะให้ตื่นก็
ต้องให้ลูบขึ้น

การหัดลูบ

การหัดลูบ

Stroking is easier than watching. Stroking here doesn’t have to be correct.
 Must always be stroked away without being touched at all But must learn to rub
 Regularly, gradually, and as usual, consisting of kindness
 Like a mother caring for a baby And in Vladivostok stroking requires determination
 Is steadfast in patting alone without thinking of anything else
 Stroking must be done continuously for half an hour or so.
 An hour or longer without feeling tired And practice methods
 Is the best To think that there are people One is straight in front and then extends
 To the place where the person’s eyes are sitting
 Inch to inch And then slowly lowering the hand down to the feet for a distance
 Equal, good, not fast, sometimes up and down. So then
 Intend to go together At the time of raising hands, no need to focus on anything but time
 Lowering your hands, you need to work hard, as you want
 Inevitably causes sleep Therefore, when sleeping If wanting to wake up then
 Have to keep stroking up

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การหัดดู

การดู
การหัดดู นั้น เวลาหัดที่ดีที่สุดคือเวลาเข้า ในเมื่อมันสมองได้พักผ่อน
มาแล้วหัวใจแจ่มใสและชุ่มชื่นพร้อมทั้งหัวใจที่กำลังตื่นและสว่างไสวดี
พาะถ้าฝึกหัดการอันนี้นวลาเหน็ดเหนื่อยแล้ว ลงทำยก็จะหลับ กล่าวคือ
แทนที่จะสะกดคนอื่นจะกลายเป็นสะกดตัวเองไป การทัดในเบื้องต้น
พยายามหัดในเวลาพูดกับคนหนึ่งคนใด มองดูหนคนผู้นั้นโดยทอด
สายตาอย่างสบาย และสงบเสงี่ยมไม่ใช่เพ่งและจ้องจนเกินไป ให้มอง
ดูด้วยมีความมุ่งหมายหรือมีความประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง นัยน์ตา
ที่กะพริบเสมอหรือสอดส่ายไปมานั้น จะไม่ทำความสำเร็จอะไรให้ทั้ง
ในการสะกดจิตและกิจใดๆ ทั้งหมด เวลาพูดกับใครเมื่อมองดูอย่าง
แน่วแน่แล้ว หัวใจก็ต้องนึกถึงคำพูดหรือเหตุการณ์เรื่องราวที่ตนต้องการ
จะพูดถึง
เราต้องหัดให้ตัวเราสามารถมองดูอะไรๆ ได้นานโดยไม่รู้สึก
ลำบากนัยน์ตาถึงกับหลับตา เบือนหนีหรือกะพริบ ลองเอากระดาษเล็กๆ
ตัดให้เป็นรูปกลม ปิดเข้ากลางแผ่นกระจกสำหรับส่องหน้า แล้วก็ลอง
ดูว่าเราจะมองดูแผ่นกระดาษนั้นได้นานเพียงไร โดยไม่กะพริบตาหรือ
รู้สึกลำบากตา การฝึกหัดนั้น ไม่ไข่หัดเฉพาะเมื่ออยู่ในห้อง

การหัดดู

การหัดดู

To watch
 Learning to watch is the best practice time is time to enter. When the brain has rested
 Here it is, the heart is bright and invigorating, with a heart that is awake and bright.
 Especially for the cave of this practice, Nawla already weary Will fall asleep, that is to say
 Instead of spelling someone, it will become a spell. Preliminary betting
 Trying to learn when speaking to any one person. Looking at that person’s face
 Comfortable eyes And modest, not too stare and staring
 Watched with purpose or desire, one eye
 That always flashes or shook back and forth Will not accomplish anything either

 In hypnosis and any other activity when talking to someone when looking at something
 Resolute, then the heart must think of the words or events that they want
 Will talk about
 We must learn to look at ourselves. For a long time without feeling
 Difficult eyes, even closing eyes Shifting away or blinking Try removing a small piece of paper.
 Cut into a round shape Closed in the middle of the mirror for looking at the face and then try
 See how long we can look at that piece of paper Without blinking or
 Feel uncomfortable That training Not eggs. Measles only when in the room.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การรักษาโรค บรรเทาความเจ็บปวด

เมื่อพูดถึงการสะกดดวงจิตดูเหมือนเป็นเรื่องที่
เราทุกคนทราบว่าคืออะไร การสะกดดวงจิตหมายความ
ว่า การทำให้หลับคือผู้สะกดใช้อำนาจทำให้ผู้ถูกสะกดหลับ
วิธีอันนี้มีมาแต่บราณกาลกระทั่งถึงบัดนี้ ปัญหาจึงมีการ
สะกดคนให้หลับนั้น มีประโยชน์อะไร
ประโยชน์แห่งการสะกดดวงจิตในเมื่อใช้ให้ถูกทางนั้น
แบ่งออกได้เป็นส่วนใหญ่ 3 ประการคือ
การรักษาโรค หรือบรรเทาความเจ็บปวด
การรักษาโรค เช่น โรคอันเดียวกับเส้นประสาท ใจคอ
หงุดหงิด นอนไม่หลับ โรคเหล่านี้ต้องการให้เส้นประสาท
ระงับและได้หยุดพักผ่อน การสะกดให้หลับก็เป็นวิธีที่ดี
อันหนึ่ง ซึ่งนักสะกดดวงจิตเขาอวดว่าดีกว่าให้กินยานอนหลับ
เพราะไม่ทำอันตรายแก่ร่างกาย การปวดศีรษะอย่างรุนแรง
นั้นเขาว่า สามารถทำให้หายโดยสะกดให้หลับและเมื่อ
ตื่นขึ้นมาแล้วก็ไม่ปวดอีกต่อไป หรือการเจ็บปวดชนิดใดๆ
ที่มีการปวดขึ้นเป็นเวลา เขาสะกดให้หลับเสียก่อนจะถึงเวลา
ปวด ความปวดอันนี้ก็ไม่กิดขึ้นหรือเกิดขึ้นผู้หลับก็ไม่รู้สึก
ทุกขเวทนา นักสะกดดวงจิตในสมัยนี้ยังอธิบายว่าการสะกด
ดวงจิตอาจทำให้หายโรค เป็นวิธีรักษาโรคได้หลายอย่างด้วย

การรักษาโรค
การรักษาโรค

When it comes to hypnosis, it seems like
 We all know what that is. Hypnosis means
 That sleep is the spell that uses power to cause the person to fall asleep
 This method has been around since then until now. The problem is
 Spell that person to sleep What’s useful
 The benefits of hypnosis when used in the right way
 Can be divided into 3 major parts which are
 Cure or relieve pain

 Treatment of diseases such as the same nerve disease
 Irritability, insomnia, these diseases require nerve
 Suspended and stopped Spelling to sleep is a good way.
 One of which his hypnotist boasted that it was better to take sleeping pills.
 Because it does not harm the body Severe headache
 That he is able to recover by spell to sleep and when
 Waking up and then not having pain anymore Or any kind of pain
 That has been a pain for a time. He spelled to sleep before the time came.
 Pain. This pain does not arise or occurs, the sleeper does not feel
 The suffering of the mind, psychologists today also explain that the spell
 The mind may cure the disease There are many ways to treat the disease.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

พระธรรมกถึก

ในคราววันพระหนึ่ง มี พระธรรมกถึก มาสู่อาวาส พระมหาเถร
เจ้าทั้งสองจึงขอให้พระรูปนั้นแสดงธรรม พระธรรมกถึกรูปนั้นก็ได้
แสดงธุรรมด้วยดี เข้าขึ้นก็พาเที่ยวไปบิณฑบาต เวลาฉันอาหารแล้ว
ก็ได้แสดงธรรมให้ชาวบ้านฟัง ชาวบ้านได้ฟังธรรมแล้วก็นิมนต์รับบาตร
ในวันรุ่งขึ้น พระเถรเจ้าทั้งสองนั้นได้พาพระรรมกถึกนั้นบิณฑบาต
บ้านละ 2 วัน พระธรรมกถึกจึงคิดว่า ควรหาวิธีกำจัดพระเถระทั้ง 2 รป
นี้ไปสียจากอาวาส เวลาเย็นวันนั้นก็ไปหาพระเถรจารูปใหญ่ บอกว่า
“ท่านขอรับ ข้าพเจ้ามีเรื่องจะพูดอยู่เรื่องหนึ่ง”
เมื่อพระเถรเจ้ารูปนั้นกล่าวว่าพูดไปเถิด พระธรรม
กถึกก็ทำเป็นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ธรรมดาการพูด
ย่อมเป็นของมีโทษมาก” แล้วก็ไม่พูด จึงลุกลาไปเสีย
เมื่อออกจากพระเถรเจ้ารูปใหญ่ก็ไปหาพระเถรเจ้ารูปรอง ได
ทำกิริยาเหมือนกันกับเวลาที่ไปหพระเรเจ้ารูปใหญ่ ทำอยู่อย่างนั้นถึง
3 วัน เมื่อเห็นว่าพระเถรเจ้าทั้งสองนั้นเกิดความฉงนเต็มที่ จึงไปหา
พระเถรเจ้ารูปใหญ่บอกว่า
“ท่านขอรับรื่องที่ข้พเจ้าจะพูดมีอยู่ ก็แต่ว่า…ข้าพเจ้าไม่อาจ
พูดให้ท่านฟังได้”
พระเถรเจ้ารบเร้าให้พูดให้ฟัง จึงพูดว่า “พระเถรเจ้ารูปรอง
เป็นศัตรูของท่าน”

 พระธรรมกถึก

พระธรรมกถึก

At one time a Buddha amulet came to the monks of the synod
 Both of you therefore asked that statue to act. That statue of Buddha
 Show business well Getting in and taking a trip to receive alms When I have food
 Gave the dharma to the villagers The villagers listened to dharma and invited them to receive food offerings.
 The next day Both of the synods have brought the monk to receive alms.
 2 days each home. Phra Phutthakut thinks that Should find a way to get rid of both 2 legs of the Thera
 This goes from the temple. In the evening he went to see a large statue of the Synod.

 “Sir, I have something to say.”
 When the monk said that he said it.
 Tuek then pretended to think for a moment and then answered “Normal speaking
 Inevitably was a very punishable thing. “Then he didn’t speak and therefore stood up.
 When leaving the Synod, the large statue went to the secondary synod.
 Behaving the same way as when he went to the king Doing that to
 3 days. When he saw that the two synods were full of doubt, they went to
 The large Synod said
 “He requests that I will speak. But … I can’t
 Can speak for you. “
 The Synod urged him to speak, so said “The secondary synod
 Is your enemy. “

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เปรต มีอยู่จริงหรือไม่

“เพราะเหตุไรท่านจึงยิ้ม”
ได้รับคำตอบว่า “ไม่ใช่เวลาที่จะแก้ปัญหานี้ ท่านควรถาม
ข้าพเจ้าในที่ประทับแห่งองค์พระศาสดา”
กลับจากบิณฑบาตแล้ว พระเถระทั้งสองนั่งลงในที่สมควร
ภายในพระเวฟวันวิหาร แล้วอภิวาทแค่องค์พระศาสดา พระลักขณเถร-
เจ้าจึงถามเรื่องแห่งความสงสัยนั้นขึ้นต่อพระมหาโมคคัลลานเถรเจ้า
พระเถรเจ้าจึงตอบว่า
“ข้าพเจ้าได้เห็น เปรต ตนหนึ่งในที่ข้าพเจ้ายิ้มนั้นลักษณะ
ของเปรตตนนั้นมีตัวยาวประมาณ 300 เส้น มีตัวเหมือนมนุษย์
แต่มีศีรษะเหมือนสุกร มีทางเกิดที่ปาก มีหมู่หนอนไหลออกจาก
ปาก ข้าพเข้าได้เห็นแล้วจึงยิ้มให้ปรากฎด้วยคิดว่าสัตว์เช่นนี้ไม่
เคยเห็น มาก่อน”
สมเด็จพระบรมศาสดาได้ทรงสดับเรื่องดังนี้แล้วจึงตรัสขึ้นว่า
“ภิกษุทั้งหลาย! สาวกทั้งหลายของเราย่อมเป็นผู้มีจักษุ
ทิพย์” แล้วตรัสต่อไปว่ “สัตว์เช่นนั้นเราตถาคตก็เคยเห็น เมื่อคราวที่
อยู่บริเวณต้นศรีมหาโพธิ์ แต่เราตถาคตไม่ได้พูดขึ้น เพราะเมตตาผู้อื่น
ที่คิดว่าผู้ใดไม่เชื่อเราก็จะได้รับโทษทุกขเวทนาตลอดกาลนาน มาคราว
นี้เราไดโมคคัลลานะเป็นพยานแล้ว เราจึงพูดขึ้นในความจริงเรื่องนี้”
ภิกษุทั้งหลายได้ฟังแล้วจึงทูลถามว่า
“เหตุใดจึงเป็นเปรตเช่นนั้นเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า”
พระพุทธองค์ตรัสตอบว่ “ในครั้งพระพุทธเจ้ามีพระนามว่า
พระกัสสปะ มีพระเถระ 2 รูปอยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคีในอาวาส
ใกล้บ้านน้อยตำบลหนึ่ง ในภิกษุ 2 รูปนั้น รูปหนึ่งมีพรรษา 60 รูปหนึ่ง

เปรต

เปรต

“Why do you smile?”
 Received the answer that “It’s not time to solve this problem. You should ask.
 I am in the presence of the Master. “
 Returned from alms Thera both sat down in appropriate places.
 Within the Wave Day Temple Then the apostasy only the Master, the Lakshman
 So you asked the question of that suspicion to the Holy Synod
 The Synod then answered that
 “I saw one of the imp in my smile
 The Beavis were about 300 lines long, were like humans.
 But with a head like a pig There is a way to the mouth. With a group of worms flowing out of

 My mouth saw him, then smiled and appeared, thinking that animals like this were not
 I’ve seen it before. “
 The King had heard the following matter and said:
 “All monks! Our disciples are naturally the eyes.
 Thip “and then went on to say “Such animals I have seen at that time
 In the area of ​​Sri Mahapho But I didn’t speak up. Because of compassion for others
 Who think that anyone who does not believe me will be punished forever

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

พระเจ้าพิมพิสาร

แต่พระญาติของพระองค์ที่เป็นแม่ครัว เป็นยาม เป็นภารโรง
กลับคิดว่ เรื่องอะไรจะให้พระกินก่อนเราต้องกินก่อนดีกว่า บางทีก็นำ
เอาไปให้ลูกเมียกินก่อนพระ เหลือแล้วจึงนำเอาไปถวายพระ บ้าง
ยักยอกปัจจัยทานต่งๆ ที่พระราชกุมารรับสั่ง
ครั้นตายไปแล้วตกนรกถึง 92 กัป เมื่อพ้นจากนรกมาก็เป็น
เปรตอีก 1 พุทธันดร แต่ตัวสมียนกินทีหลังพระ ก็เลยได้เป็นพระเจ้า
พิมพิสาร
ดังนั้นพระเจ้าพิมพิสารจึงได้สลดพระทัยแล้วอาราธนานิมนต์
พระพุทธจ้าและพระสงอีกจำนวน 50 รูปเข้าไปในพระราชวังเพื่อรับ
ไทยทาน เมื่อเสร็จแล้วทรงกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้เปรตเหล่า
“อิทั้งเมญาตีนังโหตุ”
พระพุทธเจ้าทรูงนิมิตให้พระเจ้าพิมพิสารเห็นในฝ่า
พระหัตถ์
เหล่าเปรตนั้นกำลังได้รับส่วนบุญที่ส่งไปให้แย่ง
กันดื่มนำ
เมื่อได้กันครบทุกคนแล้วดวงจิตนั้นก็กลับกลาย
เป็นเทพเทวดามีแพรพรรณอันวิจิตรงดงามมากมายบน
ทิพยวิมาน
เรื่องของ พระเจ้าพิมพิสาร นี้ก็เป็นเพียงเรื่องหนึ่งที่พอจะยืนยัน
ได้ว่าวิญญาณนั้นมีอยู่จริงกรรมมีจริง ตลอดทั้งทำดีแล้วความดีสามารถ
แผ่เป็นกุศลได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งพุทธกาลหรือเมื่อสองพันกว่าปีที่
ผ่านนั้นเอง
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใดๆ เลยที่คนในยุคนี้จะได้เจอหรือมี
ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องของวิญญาณ เพราะบุญและกรรมนั้นแล
เป็นปัจจัยหลักสำคัญ

พระเจ้าพิมพิสาร

พระเจ้าพิมพิสาร

But his relatives who are cooks, as guards, janitors
 Instead, thinking about what to eat for monks first, we must eat first, sometimes even
 Take it to the wife of the child to eat first Then left to bring some monk
 Misappropriating various factors That the royal boy ordered
 When he died 92 hell, after he had escaped from hell
 Beavis, another 1 Buddha, but the smirk will eat after the Buddha. So became a god
 Pimpimarn
 Therefore, King Pim Pisarn was already grieve.
 More 50 Buddha images and Buddha statues entered the palace to receive
 When Thai alms have finished eating, His Highness dedicates merit to the jinns.

“I and Meja Hitang Hot”
 Trung Buddha invited the Pimpisarn to see in the sky.
 Hand
 The jinn is currently receiving the merit sent to usurp it.
 Drink together.
 When they were all together, the mind became
 Is a divine deity with many beautiful and beautiful species
 Dhipaya Viman
 The story of God Pimpisarn This is just one thing that is enough to confirm.
 Can see that that spirit exists Throughout doing good, good deeds can
 Can be charitable This happened when the Buddha’s time or more than two thousand years.
 That’s it
 Therefore not any strange matter So that people in this era will meet or have
 The experience of the spirit Because of that merit and karma
 Is a key factor

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

มนุษย์คนเรามักเคร่งเรื่องปฏิบัติธรรม

จริงๆ แล้วเป็น เรื่องปฏิบัติธรรม นะแต่เรามาติดประเพณีก็เลย
ว่าทำบุญต้องกรวดน้ำ ไม่งั้นญาติไม่ได้รับ จริงๆ แล้วการกรวดน้ำใจ
ต่างหากจึงจะได้รับ คนเราต้องทำตั้งแต่ยังไม่ตาย ตายแล้วให้กันไม่
ได้หรอก มันไม่ทันกัน…ใหม มันต้องให้ตัวเองตั้งแต่ยังไม่ตาย ให
พ่อให้แม่ให้พี่ให้น้องตั้งแต่ยังไม่ตาย
คนที่มีอารมณ์สมาธิขั้นฌานเนี่ย สามารถเอาสมาธิไปช่วย
ญาติที่ตกนรกเป็นเปรตได้ แล้วสมาธินี่พอตายไปแล้วเป็นเทวดาเบื้องสูง
ถ้าฌานไม่สื่อมไปเป็นพรหม ไม่กินอาหารใคร ถ้าเป็นโสดาบัน ไป
นิพพานภายใน 7 ชาติ ไม่ต้องตกนรก ถ้าเป็นสกทาคามีอีก 3 ชาติ
ถ้าเป็นอนาคามีอีกชาติเดียว ถ้าเป็นอรหันต์ไม่กินบุญตัวเองหมดบุญ
หมดบาป
ฉะนั้นการกวดน้ำ ต้องกรวดที่ตัวเราให้มากที่สุด คือทำใจ
ไม่ให้โกรธ ไม่ให้หลง ไม่ให้รัก ม่ให้ชัง แล้วน้ำใจคนนี่จะให้ญาติได้
หมดเลย เรามาติดกันแค่ทานไม่ยอมปฏิบัติธรรมก็ให้ใครไม่ได้หรอก ให
กันไม่ถึงโยม!
ญาติโกงที่ดินเขา รุกที่ดิน ฉ้อโกงเงินเขา พอตายก็ไปแบกที่ดิน
เป็นเปรตฝ้สมบัติ ทำยังไงก็ให้ไม่ถึงเพราะกรรมอันนั้นเขามาก เขา
ทำบาปไว้มาก เขาฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์เขาเบียดเบียนเขาทำบาป จะทำ
ยังไ! ส่งสมาธิก็ไม่ถึงแผ่ส่วนบุญก็ไม่ถึง มันจะถึงได้ยังไง เพราะเขา
ทำบาปไว้มาก
เราต้องช่วยเหลือตัวเอง ถ้าเราทำของเราไว้มากเราก็ไม่ต้อง
ไปเป็นเปรตตอนตาย ใครก็ไม่ต้องให้เรา การที่จะช่วยญาติได้ต้องช่วย
ตัวเองก่อน การแผ่ส่วนกุศลมันเป็นเรื่องบุคลาธิษฐานเพื่อทำให้คน

เรื่องปฏิบัติธรรม

เรื่องปฏิบัติธรรม

Actually is a practice But we have to stick to the tradition.
 To make merit Otherwise, the relatives do not receive.
 Apart will receive We have to do it before we die. Dead for each other
 Yes, it can’t be timely … New He had to give himself before he died.
 Father gave mother to brother and sister since he was not dead.
 People who have a high concentration of meditation Able to concentrate
 A relative who goes to hell can be a jinn. And when he died, he was the high angel.
 If contemplation is not communicated to Brahma Do not eat anyone If it were ever strong

Nirvana. Within 7 nations. Do not go to hell if it is the other 3 lives.
 If being the only other Nagy If it is a saint, he does not eat merit.
 Out of sin
 Therefore chasing water Must grit as much as we can
 Not to be angry, not to be lost, not to love, not to hate. This kindness will be given to relatives.
 We all stick together. Just eat and refuse to practice Dharma.
 Well, no more!
 Relatives cheated on the land, he invaded the land, cheated for his money. When he died he carried the land.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ธรรมมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

เมื่อจะพลัดพรากจากกัน ก็ให้เราคิดว่าธรรมะนี่แหละ
เป็นเครื่องแก้ใจที่เราเห็นเข้าใจแล้วยังเป็น เครื่องยึดเหนี่ยวจิคใจ
เพื่ออุทิศทำให้ใจเรากว้าง ให้ใจของเราเป็นอัปปมัญญาเพื่อ
งูใจเราไม่โกร ไม่โลภ ไม่หลง เพื่อให้ใจเราเป็นอุเบกขา แต่แท้ที่
จริงแล้วญาติบางคนไม่ได้รับหรอก พวกที่จะได้รับคือพวกที่เป็นเปรต
จอส่วนมุญเท่นั้นเอง จริงๆ แล้วคนตายไปลงนรกรับไม่ได้ก็มี ตายไป
เป็นเทวดารับไม่ได้ก็มี ตายไปเป็นมนุษย์รับไม่ได้ก็มี ตายไปเป็นสัตว์
เดรัฉานก็เยอะรับไม่ได้ก็มี ผู้ที่จะรับส่วนบุญที่เราแผ่เมตตาได้คือ
พวกเปรตพวกเดียว
แม้ที่จริงการแผ่เมตตาเป็นเพียงอุบายให้ใจเราม
สมาธิเพื่อให้ใจเราเองไม่โลภ ไม่โกรธ อาฆาตจองเวรซึ่งกัน
และกันคือเป็นบทแผ่เมตตาเพื่อให้ใจเรานั้นปล่อยวางกิเลส
ตัวเองแท้ที่จริงได้กับตัวเอง คนเราก็ไปยึดว่าทำบุญต้อง
กรวดน้ำเดี๋ยวญาติไม่ได้แต่ญาติมาเกิดเป็นพวกเราแล้ว
กรวดยังไงก็มาเป็นพวกเราแล้วเราไม่รู้เลยใช่ไหม?
สมมติว่าญาติของเราเมื่อ 100 ปีเนี่ย เขาก็คิดว่าเราเป็น
ญาติเขาอยู่ เขากรวดให้เรา เราก็ไม่ได้รับ เรามาเป็นคนแล้วเขาก็
กรวดให้เรา คิดว่าเป็นเปรตยังคอยรับอยู่ แต่เราไม่ใช่แล้วตามหลัก
พระพุทธศาสนาคือกรวดน้ำใจให้มีมตตา ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่รัก
ไม่ชังใคร แผ่ส่วนบุญให้ทุกคนถือว่เป็นญาติไปหมดทั้งโลกเลย นั่น
คือการกรวดน้ำใจ

เครื่องยึดเหนี่ยวจิคใจ

เครื่องยึดเหนี่ยวจิคใจ

When separating from each other Then let us think that Dharma is
 It is the heart that we see and understand. Jig anchor
 To dedicate our hearts wide Let our hearts be an appalling apple for
 The snake of our heart is not greedy, not greedy, not lost, so that our heart is detached.
 In fact, some relatives didn’t receive it. Those who will receive are those who are imp.
 Screen. As for Mujah itself, in truth, the dead cannot go to hell and die.
 Being unacceptable angels Die as unacceptable humans, there are Die as an animal
 There are a lot of Dachan. Unable to accept. The person who can receive the merit that we can spread is
 The only jinn

In truth, spreading compassion is just a trick for our hearts.
 Concentrate so that our hearts are not greedy or angry
 And each other, in a compassionate manner so that our hearts let go of our lust
 Yourself, in truth, be with yourself People are taken to make merit.
 Pebbling moment, my cousin couldn’t, but the cousin was born to be us already.
 Whatever it is gravel has become us, we don’t know at all, right?
 Let’s say our relatives were 100 years old. They think we are
 His relatives live, he grit for us. We did not receive We come to be people and he

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ความอบอุ่นหาได้จากคนในครอบครัว

คนเราถ้าไม่ ปฏิบัติธรรม ความยึดมั่นถือมั่นมากคิดว่านี่ลูกนี่
ภรรยา สามี ของเรา นี่บ้านแก้วแหวนเงินทองของเรา เราจะไม่ยอมให้
เสียหายอะไรเลย อันนี้แหละเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ถ้าเรายึดมั่นถือมั่นว่าทุกอย่างมันไม่เป็นของเราจริงๆ เกิดมัน
เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นเราจะทำใจไม่ได้เลย บางคนต้องตรอม
ความเศร้าโศกเสียใจเป็นปีเป็นเดือน นึกถึงเมื่อไหร่ก็ยังเจ็บซ้ำน้ำใจอยู่
นั่นเองเพราะเขาไม่ได้คิดว่าโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเราเลยสักอย่างเดียว
เป็นของที่เราทำมาได้แค่ไหนก็เป็นแค่นั้น แต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน
ผัวเมียบางคู่ก็อยู่ด้วยกันไม่ถึงแก่ก็ตายจากกัน หรือหย่าร้างกัน
บางคู่ก็อยู่ถึงแก่เฒ่าจนตายจากกัน ลูกบางคนอยู่จนถึงพ่อแม่ตายไป
ลุกบางคนก็อายุสั้นพลันตายก่อนพ่อแม่ คือไม่มีใครได้อะไรตรงตาม
ต้องการเลย ทุกสิ่งทุกอย่งล้วนเปลี่ยนแปลงหมดนี่แหละเป็นสัจรรม
เป็นธรรมะที่ทุกคนจะต้องได้รับความกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจ
ทุกรูปทุกนาม เพราะเรามีความผูกพัน
เมื่อญาติมากก็ต้องมีคนเจ็บคนตายมีการพลัดพรากจากกันมาก
มีญาติน้อยก็มีการพลัดพรากจากกันน้อย ถ้าไม่มีญาติเลยเราก็ไม่มี
การพลัดพรากจากกัน ไม่ต้องมีใครตายไม่ต้องเศร้าโศกเสียใจเพราะเราอยู่ตัวคนเดียว
ถึงแม้เราจะมีญาติมากก็เอาไว้ใช้ประโยชน์ เอาไว้สร้างคุณ
งามความดี เอาไว้ให้ ความอบอุ่น แก่เราว่าพอเราอยู่ด้วยกันก็ช่วยเหลือ
เกื้อกูลเห็นอกเห็นใจกัน สร้างกุศลสร้งความดีไปวัดไปวาด้วยกันนี่
ถือว่าเราทำความดี ถ้าจะตายจากกันเราคงไม่เสียใจ เพราะได้ไปดีด้วยกัน
ตอนอยู่เราก็ไปวัดไปวาไปทำความดีถือศีลให้ทานเจริญภาวนา
พูดจากันรู้เรื่อง ไม่โกรธ ไม่กลียด ไม่ทะเลาะ ไม่มีเรื่องร้ายให้กัน มี
แต่เรื่องใจดีให้กัน อันนี้มีแต่ความดี

ความอบอุ่น

ความอบอุ่น

People, if they do not practice Dhamma, hold very firmly, think that this child
 Our wife, our husband, this house, our glass, silver ring We will not allow
 Damage anything This is something that is difficult to do. If we hold on and hold that everything does not belong to us, it really happens.
 Changing to other things, we can not stand at all. Some people have to storm
 Grief for years and months Whenever I think of it, it still hurts.
 Sure enough, because he didn’t think that there is nothing in our world.
 Is what we can do, that’s all Everyone therefore is different.
 Some spouses were together, not dead, but died from each other. Or divorced

 Some of them live until old age to die from each other. Some children live until the death of their parents.
 Get up, some people are short-lived, suddenly die before parents Meaning no one gets exactly what
 Want, everything, everything has changed, this is real
 It is Dharma that everyone must be mentally affected.
 Every picture and every name because we have a bond
 When there are many relatives, there must be people who are injured. The dead are separated from many.
 With a little relative, there is little separation If there are no relatives at all, then we don’t have
 Separation There is no need to die, nor sad, because we are alone.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

แม่พระพาย คืออะไร หมายความว่าอย่างไร

แม่พระพาย ก็คือลม ลมหายใจในรำงกายนี้แม่ก็รับกลับแม่
พระพายก็เอาไป
แม่พระเพลิงก็เอากลับไป เพราะไฟในร่งกายที่ทำให้เราอบอุ่น
ทำให้เราย่อยอาหารได้ก็กลับไปสู่ไฟดังเดิมเป็นไฟธาตุ คนเรานีไฟธาตุ
จะเข้ามาอยู่ในตัวเรา แต่พอเราดับลมปุ๊บ! ไฟก็ดับ เป็นไฟในอากาศ
ธาตุเลย
การที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนเราเมื่อเขาไปเกิดเป็นเทวดา
แล้วทำไมไม่กลับมาบอกเรา ก็เหมือนกับงูลอกคราบ งูนี่พอลอกคราบ
เสร็จจะไม่กลับมาเฝ้าคราบของตัวเองเลยเพราะเขาเบื่อหน่าย มันไม่
สวยงามเลย เขาจึงทิ้งคราบนี้โดยไม่ไยดี แล้วไม่กลับมาหาคราบนี้อีก
ต่อไป
คนที่ตายไปก็เหมือนงูที่ไม่กลับมาหาคราบเก่า เขาจะไม่กลับ
มาคิดถึงเราเลย เพราะถ้าเขาไปสภพที่ดี เป็นทวดาเป็นพรหมหรือไป
ถึงนิพพาน เขาจะไม่กลับมาสู่สภาพอย่างพวกเราๆ
พวกเราเป็นพวกมีทุกข์มีปัญหามาก ต้องทำมาหากินชิงดีชิง
เด่นกันสารพัด มันไม่ใช่โลกของความสุขที่แท้จริง มันเป็นโลกของการ
ต่อสู้ ต้องดิ้นรนกันทุกวัน เจ็บไช้ได้ปวยอะไรขึ้นมาทุกคนก็เดือดร้อน
ต้องหาหยูกยารักษาโรคกันมากมาย
ฉะนั้นการที่คนเราเมื่อตายไปเป็นเทวดาแล้วนี่เขาจะไม่อยาก
กลับมาสู่สภาพอย่างนี้อีก
คนเราถ้าไม่ปฏิบัติธรรมความยึดมั่นถือมั่นมากคิดว่านี่ลูกนี่
ภริยา สามี ของเรา นี่บ้านแก้วแหวนเงินทองของเรา เราจะไม่ยอมให้
เสียหายอะไรเลย อันนี้แหละเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก

แม่พระพาย

แม่พระพาย

Mae Phai Pie is the breath. In this body, mother receives her back.
 The monk took
 Our Lady of Fire took it back. Because the fire in the body makes us warm
 Allowing us to digest food, then return to the same fire as the gastric ulcer People of Nephi
 Will come within us But once we extinguish the wind! The fire went out in the air.
 Loei
 The Lord Buddha said that When a person is born as an angel
 Then why not come back and tell us Just like a molt snake This snake is molting.
 Finished not going back to look at his own stains at all because he was tired of it

 So beautiful, so he left this stain nonchalantly. And never come back to find this stain again
 Next
 He who is dead is like a serpent that does not return to his past. He will not return.
 Come to think of us Because if he goes to the good world Is Twoda, Brahma, or Go
 Even if he attained nirvana, he would not return to our state
 We are suffering and have a lot of problems. Have to make a living
 All in all It is not a world of true happiness. It is a world of
 Struggle to struggle every day If the pain hurts up, everyone is in trouble.
 Must find a lot of medicine to treat the disease

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่